เปิดประวัติ ไดฟูกุ เจ้าขนมแห่งความโชคดีของประเทศญี่ปุ่น

เปิดประวัติไดฟูกุเจ้าขนมแห่งความโชคดีของประเทศญี่ปุ่น

เปิดประวัติ ไดฟูกุ เจ้าขนมแห่งความโชคดีของประเทศญี่ปุ่น

 

 

          ไดฟูกุ หรือจะเรียกว่า อุซึระโมจิ หรือ โมจินกกระทา ด้วยความที่ขนมมีรูปร่างลักษณะที่ชิ้นใหญ่ ยาว และรูปร่างเหมือนนกจึงทำให้คนญี่ปุ่นเปรียบเหมือนนกกระทา โดยขนมโมจินกกระทานั้นมีต้นกำเนิดมาจากในสมัยเอโดะปี 1771 ที่เมืองโคะกาว่า โมจินกกระทาจึงได้ถือกำเนิดขึ้นทันที โดยตัวขนมนั้นได้ถูกปั้นให้มีขนาดเล็กลงและตัวไส้ทำจากถั่วแดงกวนผสมกับน้ำตาลเพื่อทำให้อยู่ท้องได้นานและอิ่มเร็ว จึงเรียกว่า “ฮะระฟุโตะโมจิ” แปลว่าโมจิที่ทำให้ท้องป่อง หรือ ไดฟุกุโมจิโมจิที่ทำให้ท้องโต จึงทำให้ไดฟูกุเป็นขนมที่นิยมรับประทานกันอย่างแพร่หลายมาจนถึงปัจจุบันที่ชาวญี่ปุ่นได้ใช้ขนมนี้เป็นขนมที่ใช้อวยพรในเทศกาลมงคลสำคัญต่างๆ เพราะคำว่าฟูกุในภาษาญี่ปุ่นนั้นแปลว่า “โชคดี” ซึ่งชาวญี่ปุ่นเชื่อว่าไดฟูกุจะเป็นตัวแทนที่นำพาความโชคดีมาให้ครอบครัวเรา

 

 

เปิดประวัติ ไดฟูกุ เจ้าขนมแห่งความโชคดีของประเทศญี่ปุ่น

 

 

ไดฟุกุขนมแห่งความโชคดีจากแดนอาทิตย์อุทัยทำไมใครๆถึงชื่นชอบเจ้าขนมตัวนี้

 

            ไดฟูกุ หรือ อุซึระโมจิหรือ ไดฟูกุในภาษาอังกฤษ ที่เขียนว่า Daifuku ตาม ประวัติไดฟูกุ แล้ว ไดฟูกุเป็นขนมที่ใช้อวยพรในงานเทศกาลมงคลต่างๆของญี่ปุ่น ด้วยตัวขนมที่มีลักษณะเป็นรูปโมจิกลมๆเล็กๆที่มีรสสัมผัสที่เหนียวนุ่มและไส้ข้างในที่มีความหวานตัดด้วยสตอว์เบอร์รี่เนื้อฉ่ำลูกโตๆรสชาติอมเปรี้ยวนั้นจึงเป็นเหตุผลที่ทำให้ขนมมีความนิยมเป็นอย่างมาก โดยไดฟูกุนั้นมีรสชาติและรูปแบบที่หลากหลายโดยส่วนมากจะนิยมทำไส้ชาเขียวถั่วแดง ช็อกโกแลต บลูเบอร์รี่ แต่ที่เป็นที่นิยมอย่างมากก็คือไส้ถั่วแดงสตรอว์เบอร์รี่ด้วยความหวานที่ซ่อนเปรี้ยวจึงทำให้เป็นขนมยอดฮิตที่ครองใจใครหลายๆคน ใครที่อยากลิ้มลองก็สามารถหาซื้อได้ตามร้านที่เปิดขายในสรรพสินค้าหรือจะทำกินเองก็ได้เลยส่วนใครที่อยากลองทำทานเองก็สามารถศึกษาได้จากหัวข้อต่อไปนี้ได้เลย

 

 

เปิดประวัติ ไดฟูกุ เจ้าขนมแห่งความโชคดีของประเทศญี่ปุ่น

 

 

วิธีทำไดฟูกุขนมหวานจากแดนปลาดิบ

 

             วันนี้เราจะมาสอนทุกท่านทำ ไดฟูกุ ขนมหวานจากประเทศญี่ปุ่นขนมที่มีความหวานซ่อนเปรี้ยวด้วยสตรอว์เบอร์รี่ลูกโตๆเนื้อฉ่ำซึ่งวันนี้เราจะสอนทุกท่านทำ 

             วิธีทำ ไดฟูกุ ไม่ใช้ไมโครเวฟ เป็นวิธีที่ทำได้ง่ายๆแม้จะมีเครื่องมือที่ไม่พร้อมเราก็สามารถรังสรรค์เมนูให้ออกมาน่ารับประทานได้และ ไดฟูกุสตรอเบอร์รี่สามารถเก็บได้กี่วัน คำตอบก็คือเก็บได้ไม่เกิน 2 วัน เอาล่ะก่อนอื่นเราต้องเตรียมวัตุดิบให้พร้อมก่อนโดยส่วนผสมมีดังนี้

 

  1. แป้งข้าวเหนียวปริมาณ 200 กรัม
  2. แป้งมันปริมาณ 50 กรัม
  3. น้ำตาลปริมาณ 90 กรัม 
  4. น้ำสะอาดปริมาณ 240 มิลลิลิตร 
  5. ถั่วแดงปริมาณ 300 กรัม 
  6. น้ำตาลสำหรับถั่วแดงปริมาณ 150 กรัม
  7. สตรอว์เบอร์รีปริมาณ 15 ลูก

 

โดยเราจะเริ่มขั้นตอนแรกโดยการ 

  • นำถั่วแดงมาต้มให้นิ่มหลังจากนั้นก็นำมาปั่นให้ละเอียดแล้วกวนให้เนื้อถั่วแดงมีลักษณะที่เหนียวแล้วจึงทำการเติมน้ำตาลให้มีความหวานในปริมาณที่ชอบได้เลยหลังจากนั้นนำมาพักทิ้งไว้ให้เย็นแล้วนำมาห่อลูกสตรอว์เบอร์รี่ให้คลุมจนทั่วผล

ขั้นตอนที่2 เราจะมาทำแป้งไดฟูกุ

  • นำแป้งข้าวเหนียว น้ำตาลที่ได้เตรียมไว้มาผสมกันในน้ำสะอาดแล้วจึงนำไปตั้งไฟกวนโดยอย่าให้ตัวแป้งไหม้ประมาณ5 นาที
  • เมื่อแป้งที่ตั้งไฟกวนมีความเหนียวพอประมาณแล้วจึงนำมาเทลงในถาดที่มีแป้งมันร่อนไว้อยู่แล้วแล้วจึงตัดแบ่งให้เท่ากันเป็นก้อนๆ

ขั้นตอนที่3 เราจะนำส่วนผสมทั้งหมดที่ได้ทำไว้มาประกอบกันจนเป็นไดฟูกุ

  • นำแป้งไดฟฟุกูที่ได้แบ่งไว้มารีบให้เป็นแผ่นโดยไม่บางจนเกินไปจากนั้นนำไปห่อบนไส้ถั่วแดงที่ห่อสตรอว์เบอร์รี่ไว้แล้วปั้นให้เป็นลูกกลมๆสวยงาม
  • จากนั้นนำมาจัดจานให้สวยงามพร้อมเสริ์ฟ

เกร็ดความรู้เรื่องขนม

มาทำความรู้จัก แพนเค้ก ขนมหวานทานเล่น เนื้อนุ่ม ฟิลลิ่งแน่นๆ
หมวดหมู่ขนมญี่ปุ่น
ขนมชั้น ไม่ใช่ขนมเธอ ขนมไทยสีสันสดใส น่าทาน
หมวดหมู่ขนมไทย
ขนมครก ขนมหวานแบบไทยๆ ทำไม่ยาก สร้างอาชีพได้
หมวดหมู่ขนมไทย
บานอฟฟี่ ความอร่อยของกล้วยกับคาราเมลที่ลงตัว
หมวดหมู่ขนมญี่ปุ่น
ขนมใส่ไส้ หรือ ขนมสอดใส่ อีกหนึ่งขนมหวานเมนูที่น่าลิ้มลอง
หมวดหมู่ขนมไทย
โมจิหยดน้ำ คืออะไร ทำความรู้จักขนมหวานยอดฮิตจากญี่ปุ่น รสชาติแสนอร่อย
หมวดหมู่ขนมญี่ปุ่น